แม่ฮ่องสอนเมืองในหมอก
จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีภูเขามากที่สุดในประเทศไทยซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมดถึง 13 , 814.4 ตารางกิโลเมตรมีป่าที่ทึบและสัตว์ป่าอา
ศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นป่าทึบและเทือกเขาสูงประมาณ 11 , 981 ตารางกิโลเมตรหรือคิดเป็น 90 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่
ทั้งหมดเลยที่เดียว แม่ฮ่องสอนนั้นมียอดเขาที่มีความสูงที่สุดของจังหวัดคือดอยแม่ยะมีความสูง 2 , 000 เมตรส่วนที่เป็นที่
ราบมีเพียง9.5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
พื้นที่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอนทั่วไปจะอยู่ตามแนวทิวเขาถนนธงชัย ซึ่งประกอบด้วยทิวเขาถนนธงชัยตะวันตกและ
ทิวเขาถนนธงชัยกลาง ทิวเขาถนนธงชัยตะวันออกซึ่งจะเห็นได้ว่ารายล้อมไปด้วยภูเขาสูงชั้น แต่บางแห่งน้ำท่วมถึงเพราะเป็น
ที่ราบต่ำในหุบเขาและหุบเขาที่มีความยาวที่สุดคือทิวเขาถนนธงชัยซึ่งทอดยาวไปกับพื้นที่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอนซึ่งสวยงาม
จากแนวทิวเขาประกอบด้วยหุบแม่น้ำปายและหุบแม่น้ำยวมซึ่งมีที่ราบสูงคั่นที่อำเภอขุนยวมใกล้กับต้นแม่น้ำยวม
ข้อมูลที่สำคัญมีมากจริงๆขออนุญาตแนะนำอาณาเขตของจังหวัดแม่ฮ่องสอนกันก่อนนะครับ
จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีพื้นที่และชัยภูมิตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศไทยและห่างจากกรุงเทพมหานครประ
มาณเก้าร้อยยี่สิบแปดก.ม มีพื้นที่ 13184.4 ตารางกิโลเมตรความยาวเหนือ-ใต้ประมาณ 250 กิโลเมตร กว้างประมาณ 95
ก.มเป็นจังหวัดที่ใหญ่เป็นอันดับ7ของประเทศและพื้นที่บางส่วนติดกับประเทศอย่าง
ทิศเหนือ จดรัฐฉานประเทศสหภาพพม่าโดยมีทิวเขาแดนลาวเป็นแนวแบ่งเขตแดน
ทิศใต้ จดอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตากโดยมีแม่น้ำยวมเป็นแนวกั้นเขตจังหวัด
ทิศตะวันออก จดอำเภอแม่แจ่ม อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่
ทิศตะวันตก จดรัฐฉาน รัฐกะยา รัฐกอทูเล ประเทศสหภาพพม่า ในส่วนของพรมแดนนี้จะเห็นได้ว่า มีเทือกเขาถนนธงชัย

ตะวันตกและแม่น้ำสาละวินเป็นแนวแบ่งเขตแดน

การเดินทางไปแม่ฮ่องสอนคงต้องเตรียมเสื้อผ้าหนาๆกันเลยครับหากไปช่วงหน้าหนาวและหน้าหนาวนี้ใครสนใจจองทัวร์รอ
สักครู่เดี๋ยวจะแนะนำโปรแกรมให้นะครับ เนื่องจากแม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศจึงทำให้ไม่ได้รับ
ฝนจากทะเลเท่าไหร่หรือพูดง่ายก็คือพวกพายุจากทะเลไม่ค่อยถึงพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและป่าไม้ จึงทำให้สภาพอากาศ
ในระหว่างปีมีความแปรผันสูงครับคือร้อนก็ร้อนสุดเลยหากหนาวก็หนาวสุดเลยดูจากการศึกษาในหนังสือหลายๆเล่มพบว่า
อุณหภูมิต่ำสุดในบางช่วงวัดได้0 องศาเซลเซียสปริมาณน้ำฝนตลอดทั้งปี1480.5 มิลลิเมตร
จากสภาพภูมิประเทศดังกล่าวทำให้บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีหมอกปกคลุมอยู่เกือบตลอดทั้งจึงเป็นที่มาของเมืองในสาย
หมอก เมืองที่ติดอันดับความเงียบสงบ และโรแมนติกเมืองหนึ่งทีเดียวในตัวแม่ฮ่องสอนมีแม่น้ำที่เราพูดถึงต้องร้องอ้อนั้นก็
คือ แม่น้ำปาย คลิ๊กดูภาพเพิ่มเติมได้ครับ ต้นน้ำอยู่ในรอยต่อระหว่างเทือกเขาถนนธงชัยกับเทือกเขาแดนลาวในปายนะครับ
ไหลลงมาทางใต้ตามหุบเขาผ่านอำเภอปาย อำเภอแม่ฮ่องสอนและไหลต่อไปบรรจบกับ แม่น้ำสาละวินที่บ้านใหม่ในส่วนที่ไหล
ไปรวมกับสาละวินนี้แหละครับที่โปรแกรมเราได้รับความนิยมก็คือทีมงานจะพาคณะล่องลำน้ำปายเพื่อไปชมกะเหรี่ยงคอยาว
ที่บ้านน้ำเพียงดินชื่อไพเราะดีครับและเลยไปนิดเดียวจะไปชนกับแม่น้ำสาละวิน บรรยายมาถึงตรงนี้คงเห็นภาพธรรมชาติที่
บอกได้ว่าสวยงามจริงๆ ความยาวของแม่น้ำสายนี้ 180กมและไหลอยู่ในประเทศเรา135กมที่เหลืออีกนั้นแหละครับที่กระผม
เรียนว่าอีกนิดเดียวก็พม่าแล้วหากเราล่องเรือไปชมกะเหรี่ยงคอยาวอันลือชื่อไปทั่วโลกแห่งลำน้ำปายที่บ้านน้ำเพียงดินครับ
แม่น้ำปายเป็นแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีลำห้วยที่ไหลลงมากมายทำให้แม่น้ำปายกว้างประมาณ 40 เมตรและ
ลึก 7 เมตรในช่วงฤดูฝน น้ำในแม่น้ำปายจะไหลเชี่ยวจัดและเปลี่ยนทางเดินซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นคงพบได้ในข่าวที่ออก
มาไม่นานมานี้ เอ้า?ทัวร์เหตุใดทำไมเขียนอย่างนี้ ไม่กลัวเขากลัวหรือและในที่สุดก็ไม่กล้าไป เราเสนอความจริงครับและกำ
ลังชี้ให้เห็นถึงความเสียหายของการตัดไม้ทำลายป่าครับอย่างไรก็ตามปายเหมาะที่จะเที่ยวในหน้าหนาวครับและเป็นช่วงเวลา
ที่เหมาะสมที่สุดในการเดินทางไปเที่ยวในปาย อากาศเย็นสบายปัญหาเรื่องน้ำหลากไม่มี ฝนตกนั้นลืมไปได้เลยในช่วงหนาว
อย่างไรก็ตามแม่น้ำปายนี้ก็นับว่าสามารถอำนวยประโยชน์แก่พื้นที่เกษตรในเขตอำเภอปายและอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนเป็น
อันมาก ชาวไร่สวนใหญ่ใช้น้ำที่ได้จากลำน้ำปายทำเกษตรกรรมครับส่วนแม่น้ำสายอื่นก็คือ แม่น้ำละมาด มีต้นน้ำอยู่ที่ดอย
แม่ละมาด ตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนไหลผ่านตำบล ผาบ่องไปบรรจบกับแม่น้ำปายที่บ้านห้วยเดื่อในเขตอำเภอ
เมืองแม่ฮ่องสอน แม่น้ำละมาดนี้อำนวย ประโยชน์แก่พื้นที่การเกษตรในอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนโดยเฉพาะก็มีผู้สนใจการ
เดินทางแบบเข้าป่าลึกครับโปรแกรมนี้กำลังดำเนินการและต่อไปขออนุญาตแนะนำแม่น้ำสาละวิน หรือที่ชาวบ้านแม่ฮ่องสอน
เรียกว่าแม่น้ำคงไหลจากประเทศทิเบต ผ่านประเทศพม่าลงมาส่วนหนึ่งของแม่น้ำสาละวิน 118 กิโลเมตรเป็นเส้นกั้นพรม
แดนระหว่างไทย-พม่า ซึ่งเริ่มในเขตอำเภอแม่ลาน้อยจนถึงแม่น้ำเมยในเขตแม่สะเรียงที่ไม่ไกลจากดินแดนของนักท่อง
เที่ยวที่นิยมเดินทางไปนั้นก็คือดอยแม่อูคอดอกบัวตอง ที่ดอยแม่อูคอและแม่สายสุดท้ายก็คือแม่น้ำยวมที่อำเภอขุนยวม
แม่น้ำยวม ต้นน้ำอยู่ที่ดอยขุนยวม บ้านปางตอง ตำบลแม่ยวมน้อย ไหลผ่านอำเภอขุนยวมอำเภอแม่ลาน้อย อำเภอแม่สะเรียง
แล้วไหลลงสู่แม่น้ำเมยที่บ้านสบเมย กิ่งอำเภอสบเมยรวมความยาวของแม่น้ำสายนี้215กมแหละนี้ก็เป็นข้อมูลเล็กน้อยที่
เกี่ยวกับแม่น้ำ
ชนเผ่าต่างๆที่อาศัยอยู่ในแม่ฮ่องสอน
จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นพื้นที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านจึงมีคนจากหลายกลุ่มชนชาติที่มีความแตกต่างกันทั้งใน
ด้านภาษาและวัฒนธรรมมาอาศัยอยู่มากกลุ่มด้วยกันจน ได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่มีชนกลุ่มน้อยมากที่สุด
เผ่าหลักคือ กะเหรี่ยง มูเซอ ลัวะลีซอ และม้ง(แม้ว)ซึ่งเมื่อรวมจำนวนประชากรชาวเขาทั้งหมดพบว่ามีถึง90,000คนจาก
ประชากร200,000 ทีเดียว

หากจัดแบ่งตามตระกูลภาษาแล้วจะพบว่าชาวเขาที่อาศัยอยู่ในแม่ฮ่องสอนสามารถแบ่งเป็น 2 พวกใหญ่ได้คือ

ตระกูลออสโตรเอเชียติค ( Austro - Asiatic )ได้แก่ เผ่าลัวะ

ตระกูลจีน – ธิเบต ( Sino - Tibetan )ได้แก่ เผ่าม้ง และในสาขาธิเบต – พม่าได้แก่ เผ่ากะเหรี่ยง มูเซอและลีซอ

พวกที่ทำมากินในดอยที่ไม่สูงนักเป็นการอาศัยอยู่ในดอยเตี้ยเช่นพวก เผ่าลัวะและกะเหรี่ยง ทำไร่แบบหมุนเวียนและรู้จักการ
ทำนาแบบขั้นบันได อีกกลุ่มหนึ่งเป็นพวกทำไร่เลื่อนลอยบนภูเขาสูงพวกม้ง เผ่าลีซอที่นิยมตั้งหมู่บ้านอยู่ในระดับความสูง
5,000ฟุตและหากขยายความถึงม้ง ชนเผ่าม้งนั้นเป็นชนเผ่าที่ใหญ่ปัจจุบันมี การก่อตั้งชนเผ่าม้งในอเมริกา
ชนเผ่าต่างๆได้กระจายอยู่ทั่วไปในเขตแม่ฮ่องสอนโดยในปายมี กะเหรี่ยง ม้ง มูเซอและลีซอ
ปางมะผ้ามีทั้ง 5 เผ่าคือ กะเหรี่ยง ม้ง มูเซอ ลีซอและลัวะ
อำเภอเมืองมีเผ่ากะเหรี่ยง ม้งและมูเซอ
อำเภอขุนยวมมีเผ่ากะเหรี่ยงและม้ง

อำเภอแม่ลาน้อยและอำเภอแม่สะเรียงมีเผ่ากะเหรี่ยง ม้งและลัวะและกิ่งอำเภอสบเมย มีกะเหรี่ยงเพียงเผ่าเดียว

และนอกจากเผ่าหลักๆที่ได้กล่าวมาแล้วยังมีพวกจีนฮ่อเข้ามาอาศัยอยู่ด้วยอย่างที่ได้เรียนให้ทราบนั้นแหละครับเมืองนี้นอก
จากธรรมชาติที่ไม่แพ้ที่ไหนแล้ววัฒนธรรมอันหลากหลายของที่ติดตรึงให้นักท่องเที่ยวกลับมาเยือนแบบไม่รู้จักเบื่อครับ
หลายท่านสงสัยว่าลัวะคือเผ่าไหนอย่างไรขออนุญาตอธิบายสั้นๆครับ
เผ่าที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนในช่วงแรกๆนั้นก็คือพวกที่เรียกตัวเองว่าลัวะหรือหากพูดว่าเป็นเจ้าถิ่นก็ว่าได้
ชาวลัวะเคยเป็นเจ้าถิ่นมาแต่เดิม ซึ่งมีการพูดว่า สางก่อพ้า ล้าก่อเมิง นั้นก็หมายถึง พระพรหมเป็นผู้สร้างฟ้าส่วนชาวลัวะ
เป็นผู้สร้างเมืองนั้นเองแม้เป็นไงครับเข้าใจเปรียบเทียบจริงๆแต่ตามหนังสือหลายเล่มเขาว่าอย่างนั้นจริง
มีความเชื่อกันมาว่าวากเมืองร้าง วัดร้างที่มีหลายแห่งที่ดอยเวียงในตำบลเมืองปอนพวกลัวะเป็นผู้บรรจงสร้างขึ้นมาน่าสนใจ
มั้ยครับที่ดอยคูเวียงใกล้หมู่บ้านต่อแพ ตำบลแม่เงา อำเภอขุนยวมเคยเป็นบ้านเมืองของชาวลัวะมาก่อนเช่นกัน
ลัวะที่อาศัยอยู่บนดอยสูงในพื้นที่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอนจะเป็นชนกลุ่มที่สืบเชื้อสายมาจากเมืองร้างแห่งนี้ซึ่งมีหลักฐานชัดเจน
ว่าลัวะนั้นเป็นชนเผ่าดังเดิมและมีความยิ่งใหญ่ในพื้นที่นี้มาก่อน ในตำนานเมืองลำพูนได้กล่าวถึงหัวหน้าของพวกเขาคือ
ขุนหลวงวิลังคะผู้ต้องพ่ายแพ้แก่พระนางจามเทวีปฐมกษัตรีย์แห่งนครหริภุญชัย เพราะไปหลงความงามของพระนางและต้อง
พ่ายแพ้ไปจากนั้นต้องอพยพขึ้นไปอยู่บนดอยและในปัจจุบันพบว่า ชาวลัวะอาศัยอยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนทั้งสิ้น4,500คน
ชาวลัวะเป็นชาวเขากลุ่มเดียวที่มีการแบ่งชนชั้นปกครองแต่ละหมู่บ้านจะมีหัวหน้าเรียกว่า สะมัง อดีตสะมังจะเป็นผู้จัดแบ่ง
ไร่นาให้ลูกบ้านได้ทำกินและคนในสมัยนั้นมีความเชื่อว่า สะมังคือเชื้อสายของขุน หลวงวิลังคะหัวหน้าชาวลัวะในสมัยโบราณ
นั้นเองและการสร้างบ้านเรือนจะเห็นได้ว่านิยมสร้างแบบ ไม้ยกพื้นสูงบนจั่วมีไม้ปั้นลมเป็นรูปไขว้หากนึกไมาออกให้บลองนึก
ถึงกาแลของล้านนา ซึ่งเขาว่ากันว่าลักษณะการสร้างของลัวะเป็นต้นฉบับของกาแลที่เรารู้จักกันนี้แหละครับ และก่อนจะข้าม
เรื่องนี้ไป จริงๆกาแลเขาไวไล่นกที่จะมาเกาะ ที่หลังคาไม่ได้ไว้ตกแต่งเหมือนปัจจุบันที่เราไปภาคเหนือจะชอบซื้อมาประดับ
บ้านกันนั้นแหละครับส่วนชนเผ่าที่น่าสนใจอีกเผ่านั้นก็คือกะเหรี่ยง
เผ่าที่มีจำนวนมากที่สุดในบรรดาชาวเขาในแม่ฮ่องสอนคือมีมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะแม่ฮ่องสอนมีพื้นที่ติด
กับพม่าที่เต็มไปด้วย ชาวกะเหรี่ยง กะเหรี่ยงได้เข้ามาอาศัยอยู่ในแม่ฮ่องสอนเป็นเวลากว่า 100 ปี แล้วมีความสามารถ
มีความเชี่ยวชาญในการเลี้ยงช้างและควบคุมช้างให้ลากซุงได้เป็น ชาวกะเหรี่ยงที่เข้ามาอาศัยอยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนมี
2 กลุ่มใหญ่ๆด้วยกันคือกะเหรี่ยง โปว์และกะเหรี่ยงสะกอการแต่งตัวกะเหรี่ยงโปว์จะใส่เครื่องประดับมากกว่านั้นเองดังนั้น
เราสามารถสังเกตจากการใส่เครื่องประดับที่คอจะใส่ลูกปัดสี บ้านเรือนของกะเหรี่ยงยกพื้นสูงเช่นเดียวกับบ้านของชาวลัวะ
ครับและที่อยากจะแนะนำต่อก็นี่เลยครับมูเซอ
มูเซอมีถิ่นฐานตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีนบางส่วนที่อพยพเข้าไปอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศพม่าหาก
แปลคำว่ามูเซอที่นำมาจากภาษาพม่าจะแปลว่านักล่าซึ่งพวกมูเซอจะล่าสัตว์เก่งมากเปรียบเทียบกับเผ่าอื่นๆแล้วมูเซอจะ
มีความโดดเด่นในการล่าสัตว์การแต่งตัว ของผู้หญิงกล่าวคือผู้หญิงชาวมูเซอแดง จะนุ่งผ้าถุงและเสื้อที่มักมีแถบผ้าสีแดง
ส่วนหญิงชาวมูเซอดำจะสวมกางเกงสีดำและสวมเสื้อตัวใหญ่ แขนยาวตัวยาวถึงเข่าสีดำตัวเสื้อผ่าอกและมีแถบผ้าสีขาว
เย็บแต่งตลอดแนวสาบเสื้อขึ้นมาถึงคอและ เย็บไปถึงบริเวณไหล่แขนทั้ง 2 มีการตกแต่งด้วยแถบผ้าสีขาวเช่นเดียวกัน
การสร้างบ้านของเผ่านี้มักไม่ค่อยแข็งแรงและใช้ไม้ไผ่ในการสร้างบ้านเรือนนอกจากนั้นเผ่าที่อาศัยอยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน
ก็ยังมีลีซอ การแต่งกายของผู้หญิงชาวลีซอมีสีสันสดใสสะดุดตาที่สุดในบรรดาชาวเขาเผ่าต่างๆในแม่ฮ่องสอน
ประกอบไปด้วยกระโปรงติดกันตัวหลวมกว้าง ป้ายมาติดกระดุมข้างซ้ายยาวเลยเข่าเป็นสีฟ้าหรือสีเขียวสดประดับด้วยแถบ

ผ้าหลากสีเป็นแผงเย็บแต่งรอบคอและส่วนที่ต่อกับแขนเสื้อ แขนเสื้อนั้น นิยมใช้สีแดงตัดกับสีของตัวเสื้อมีผ้าคาดเอวสีดำ

ถิ่นกำเนิดอยู่แถบต้นน้ำสาละวินบ้านเรือนของลีซอจะเป็นบ้านใต้ถุนสูงมีผู้อาวุโสเป็นผู้แนะนำการดำเนินชีวิตส่วนม้งก็เป็น
เผ่าหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่ชุด กระโปรงของม้งลายตัดเย็บด้วยผ้าที่ย้อมด้วยกรรมวิธีถมลาย
กระโปรงของม้งลายตัดเย็บด้วยผ้าที่ย้อมด้วยกรรมวิธีถมลายสวยงาม
สีสันและความหลากหลายของวัฒนธรรมประเพณีของชาวเขานี่เองที่ทำการดึงดูดให้ นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวเมืองหลวง
ที่ชอบการผจญภัยนิยมจะเข้ามาสัมผัสการท่องเที่ยวเดินป่าที่มีการจัดอยู่อย่างมากมายในขณะนี้การท่องเที่ยวชมชาวเขา
บริษัทท่องเที่ยวของโกทูดอยและสไมล์ไทยทัวร์ได้จัดเช่นกันเริ่มรับจากกรุงเทพหรือรับจากแม่ฮ่องสอนลองดูนะครับ
การเดินทางที่ได้รับความนิยมคือที่อำเภอปายซึ่งมีการล่องแก่ง ชมธรรมชาติ ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติสามารถแบ่ง
ให้รับทราบได้ดังนี้นะครับการเดินทางจากแม่ฮ่องสอนไปถึงในที่ต่างจะได้พบกับความงามที่หายากแล้วครับในเมืองอื่นๆ
สภาพภูมิประเทศที่งดงาม ไปด้วยทิวเขาน้อยใหญ่ที่สลับซับซ้อนลดหลั่นกันไปสุด สายตา
ไม่ว่าจะเดินทางไปแม่ฮ่องสอนในช่วงใดเราจะพบกับหมอกที่ห่มคลุมเมืองแห่งนี้ในช่วงหน้าหนาวหมอกจะถูกปกคลุมส่วน
ในหน้าฝนก็มีเมฆหมอกปกคลุมไปทั่วในหน้าร้อนชาวบ้านนิยมจุดไฟเผาซังข้าวหรือพืชคลุมดินเพื่อเตรียมไร่นาไว้ในหน้าฝน
ทำให้มีหมอกควันเต็มไปหมดดังนั้นไม่ว่าจะเดินทางในช่วงใดก็จะพบกับหมอกตลอดจึงเรียกเมืองแห่งนี้ว่า เมืองสามหมอก
การจัดการท่องเที่ยวเมืองสามหมอกเชิญคลิ๊กเข้าไปดูที่โปรแกรมทัวร์ของโกทูดอยหรือสไมล์ไทยทัวร์ครับ
เริ่มเที่ยวที่อำเภอปาย
แม่น้ำปายอันเป็นแม่น้ำสายที่ยาวที่สุด ของจังหวัด นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวทาง ธรรมชาติที่อยู่ในสภาพที่ยังสมบูรณ์การเดิน
ทาง ทางทิศเหนือของจังหวัดจากทางหลวงหมายเลข 1095 ผ่านอำเภอปาย เข้าอำเภอเมืองและออกทางหลวงแผ่นดินหมาย
เลข 108 ลงไปทางอำเภอแม่สะเรียง การล่องแม่น้ำปายได้บรรยากาศของธรรมชาติอย่างยิ่งครับจะใช้เรือหรือแบบล่องแพ
ช่วงที่ดีที่สุดอยู่ในเดือนต.ค-เมษาครับติดต่อได้ที่ทีมงานโกทูดอยครับและปายในยามเย็นหลังจากล่องแก่งแล้วบรรยากาศสุด
โรแมนติกครับโรตีที่ปายนี่ขึ้นชื่อจริงๆครับและที่สำคัญถูก อร่อย คุ้มกับบรรยากาศแบบสบายสไตล์ปาย ที่พักที่ปายร้อยละร้อย
จะเป็นลักษณะสบายๆไม่เน้นความหรูหราเป็นธรรมชาติสะอาดและที่สำคัญราคาถูกไม่แพง
เข้าสู่ปางมะผ้า
ถ้ำน้ำลอดเป็นสถานที่ไม่ควรพลาดเป็นที่สุดเพราะนี่เป็นไฮไลอีกที่หนึ่งที่อย่างจะแนะนำ การล่องเข้าสู่ถ้ำจะต้องล่องโดยแพ
ของชาวบ้านครับราคาอยู่ที่300บาทนั่งได้4-5คนจะมีคนลาก1คนและคนที่ถือตะเกียงจ้าวพายุอีกหนึ่งคนเพื่อนำเข้าสู่ถ้ำ
การเดินทางเข้าถ้ำจะได้รับความเป็นธรรมชาติมากน้ำใส บรรยากาศเย็นสบาย ปางมะผ้าในวันนี้ถูกอนุรักษ์ไว้ได้อย่างดี
ความเป็นธรรมชาตินั้นบริสุทธิ์มาก เป็นดินแดนแห่งถ้ำอย่างแท้จริงเพราะเป็นบริเวณที่มีเขาหินปูนซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดถ้ำ
ต่างๆ
ขุนยวมเสน่ห์แห่งทุ่งบัวตอง
ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอในฤดูหนาวเริ่มมาเยือนคือกลางเดือนพฤศจิกายนดอกบัวตองจะ เริ่มผลิบานปกคลุมดอยแม่อู
คอเต็มไปหมดครับระยะเวลาในการบานก็แสนจะน้อยนิดครับไม่เกิน3อาทิตย์ก็หมดแล้วลองนึกถึงดอกไม้สีเหลืองบานเต็ม
ภูเขาทั้งลูกจะสวยงามปานใด ดอกบัวตองสีเหลืองอร่ามที่พร้อมใจกันผลิบานต้อนรับฤดูหนาวคลุมดอยแม่อูคอแต่มีบางประ
การที่เป็นข้อมูลคือดอกบัวตองนั้น แหล่งกำเนิดอยู่ในแถบทวีปอเมริกากลางและหมู่เกาะอินเดียตะวันตกชื่ออังกฤษของดอก
บัวตองก็คือ Mexican Sunflower บัวตองจัดเป็นวัชพืชวงศ์เดียวกับทานตะวัน ดาวเรืองและต้นสาบเสือคนที่นำมาเข้ามาชื่อ
มิชชันนารีที่เข้ามาเผยแพร่ ศาสนาคริสต์ในดินแดนแถบ การตัดไม้สักขายจนหมดดอยทำให้วัชพืชชื่อดอกบัวดอกขึ้นแทนที่
อย่างรวดเร็วและเป็นท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากการจัดคณะต่างๆออกไปท่องเที่ยวในเทศกาลดอกบัวตองบานพบได้ว่า
ที่พักเต็มอย่างรวดเร็วดังนั้นโกทูดอยจึงขอความกรุณาจากผู้มีอุปการะคุณทุกท่านจองตั้งแต่ช่วงแรกจะได้หมดปัญหาเรื่อง
ห้องพักเต็มครับส่วนเลยออกไป อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินอยู่เลยทุ่งบัวตองเข้าไปอีกประมาณ 11 กิโลเมตรเป็นน้ำตกที่มี
ความสวยงามมาก จัดเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย

อำเภอแม่สะเรียง

เดินทางล่องแม่น้ำสาละวินจากบ้านแม่สามแลบอยู่ห่างจากตัวอำเภอแม่สะเรียงไม่ไกลสามารถเดินทางไปในจุดแม่สาม
แลบได้ทิศทางคือทางทิศตะวันตกเฉียงใต้นับจากสะพานข้ามลำน้ำยวมประมาณ 52 กิโลเมตรเป็นจุดค้าขายชายแดน
ที่คึดคักสินค้าส่วนใหญ่เป็นของใช้จากจุดนี้ไปสบเมยใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชม.ก็ถึงตรงนี้แม่น้ำเมยไหลไปเจอกับสาละวินต้อง
บอกว่าสวยเกินบรรยายเราสามารถหาที่พักบริเวณแถวๆสบเมยได้เป็นห้องพักราคาถูกเต็มไปหมดหาได้ไม่ยาก
เดินเที่ยวในเมือง
ช่วงเช้าเดินเที่ยวตลาดเช้า ตั้งอยู่กลางเมืองระหว่างถนนสิงหนาทบำรุงและถนนพานิชพัฒนาเดิมเรียกตลาดสายหยุดบรรยา
กาศยามเช้าของแม่ฮ่องสอน